ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวเล็กๆ ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกสาว 2 คน มีคำถามเกิดขึ้นกับตัวเองตลอดว่า เราเกิดมา ไม่เคยมีใครสอนตรงๆ ว่าเราเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน แล้วนรก สวรรค์ มีจริงหรือเปล่า
แล้วเราจะหาความสุขให้ชีวิตเราได้อย่างไร ก่อนเข้าวัด ก็ใช้ชีวิตปกติทั่วไป ตื่นเช้ามา สามีตื่นเช้ากว่าไปทำงาน นั่งรถบริษัทไปทำงาน เราตื่นมาก็นั่งรถเมลล์ไปทำงาน จากฝั่งสมุทรปราการไปทำงาน ที่ฝั่งธนบุรี เขตบางขุนเทียน เย็นก็กว่าจะถึงบ้าน หนึ่งทุ่ม สองทุ่ม ถ้ารถติดก็ถึง ที่พัก สี่ทุ่ม นั่งรถไปทำงาน แล้วก็กลับที่พักแบบนี้ เป็นเวลา 6 ปี เริ่มตั้งท้อง ลูกคนแรก น้องชาย ตอนนั้นยังไม่ได้บวช เรียนที่ลาดกระบัง มาถามคำถาม ที่เรา อึ้ง!!!
ว่าชีวิตจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ไหม เรียนจบ แต่งงาน มีลูก เลี้ยงลูก ลูกโต ลูกแต่งงาน แล้วเราก็เลี้ยงหลาน ชีวิตเหมือน นก เหมือนกา ออกมาจากไข่ สร้างครอบครัว เลี้ยงลูก แล้วก็ตาย แค่นั้นเหรอ ( พี่สาวเห็นภาพเลย) เออ แล้วจะมีอะไรดีกว่าล่ะ น้องชายทิ้งคำถามไว้ แล้วก็ไปบวชที่วัดพระธรรมกาย
ท่านบวชที่วัดพระธรรมกาย หลายเดือน ผ่านไป พี่สาวรับคำสั่งจากพ่อ ให้มาดูหน่อยว่าพระบวชแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ครั้งแรกที่ไปวัด ใส่เสื่อสีแจ๊ด มาก ขึ้นบันไดไป ถามที่ประชาสัมพันธ์ จะหาพระน้องชาย เขาถามมาตอบอะไรไม่ได้ บวชรุ่นไหน กองอะไร ชื่อจำได้ ฉายาอะไร มีเบอร์พระพี่เลี้ยงไหม พี่สาวกับเราตอบไม่ได้เลย ครั้งแรกไม่เจอพระน้องชาย แต่!!!
สถานที่มองไปกว้างมาก คุ้นเคย สงบ เงียบ เหมือนเราเคยมา เรารู้สึกว่าใจมันสบาย แต่ตอนหลังถึงได้รู้ที่ขึ้นบันไดโผล่ขึ้นไป เรียกว่า สภาธรรมกายสากล
ต่อมาก็ใช้ชีวิตปกติ เหมือนที่ผ่านมา ทำบุญนี่แทบไม่มีเลย แค่วันเกิดตัวเอง กับสามี ต่อมาก็มีปัญหาเรื่องงาน ก็เลยลาออก หางานใหม่ สามีซื้อบ้านที่ชลบุรี ก็เลยย้ายที่อยู่ มาอยู่จังหวัดชลบุรี ชีวิตก็ปกติ เอาลูกมาเลี้ยงเอง แต่ชีวิตก็มีปัญหา ทะเลาะกับสามี หลายเรื่อง ตกงานเลี้ยงลูกเองด้วย มีปัญหาด้านการเงิน สามีก็กินเหล้า เข้าสังคม ชีวิตมันถึงขนาดจะเลิกกัน พี่สาวก็เลยมาชวนไปปฏิบัติธรรม
ใจเราเองคิดว่า ไปก็ไป พี่สาวออกตังค์ให้ไป ที่เชียงใหม่ ชื่อสวนพนาวัฒน์ ก็เลยไป เพราะมันมีความคิดว่าจะเลิกกับสามี กับไม่เลิก ครึ่งๆ ไปปฏิบัติธรรม ฟังธรรม นั่งสมาธิ ตัดขาดเรื่องราวต่างๆ ชีวิตมีความสุขมากขึ้น มีกำลังใจสู้ทุกปัญหา ก็อยู่บ้านพ่อกับแม่ช่วยงานท่าน ที่จังหวัดสุโขทัย ลูกก็ฝากศูนย์เด็กเล็กเลี้ยง แต่ยังไม่เลิกกับสามี แยกกันอยู่ชั่วคราว อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกัน ไม่มีความสุข ใจร้อน ด่ากัน ว่ากันตลอด
อยู่บ้านพ่อกับแม่ ก็ช่วยงานท่าน พระน้องชายท่านส่ง MP3 ธรรมะมาให้ฟัง นั่งสมาธิตาม ทีวีเปิดไปช่องหนึ่ง หลวงพ่อท่านเทศน์สอน ไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร แต่รักท่านตั้งแต่แรกเห็น เหมือนเป็นแสงสว่างให้ชีวิตเราเลยตอนนั้น ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ ที่สุโขทัย ดูDMC นั่งสมาธิ ตามเสียงหลวงพ่อ ชีวิตมีความสุขขึ้นตั้งแต่นั้น เลี้ยงลูกไป ทำงานช่วยพ่อกับแม่ไป นั่งสมาธิตอนก่อนนอน นั่งแล้วมีความสุข แล้ว!!!!
ต่อมาลูกโตขึ้นต้องเข้าโรงเรียน ก็เลยตัดสินใจกลับชลบุรี เพื่อเอาลูกไปเข้าโรงเรียน ตอนกลับชลบุรีมีความรู้สึกบอกตัวเองว่า เราเกิดเป็นผู้หญิง เพราะหลายๆชาติเราเคยเป็นผู้ชาย แต่เจ้าชู้ ก็เลยมาเป็นผู้หญิง พระท่านเทศน์สอน ก็ฟังแล้วคิด ถ้าเราเลิกกับสามี ถ้าไปมีสามีใหม่ เราก็เจอกับปัญหาเดิม ทะเลาะกันบ้าง อาจจะตีกัน ด่ากันมากกว่านี้ เราไม่เลิกแต่จะหยัดสู้ กับสามีคนนี้แหละ เป็นไงเป็นกัน เมือลูกไปโรงเรียนแล้ว แม่อย่างเราก็ว่าง ก็เลยหางานทำ งานก็ได้มาแบบง่ายๆ ไม่ลำบากในการหางาน ถึงตรงนี้เราดู DMC ช่องธรรมะของวัดพระธรรมกายตลอด มาอยู่ชลบุรี ก็ดูDMC ดูหลวงพ่อตลอด แต่!!!! แต่อีกแล้ว
สามีไม่ชอบเลย แอนตี้มาก ด่าสารพัด แต่ได้กำลังใจจากพี่สาว กับพระน้องชาย ให้สู้ด้วยความอดทน ไปวัดก็ไปกับพี่กัลยาณมิตร ที่ชลบุรีโทรหาเขาอยากไปวัด ทุกอาทิตย์ต้นเดือน เขาชื่อ พี่อาคม กับพี่ยุพา ใจดีมากเลย ก็พาไปวัดทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน สามีก็ขับมอเตอร์ไซด์มาส่ง ที่ปั้มน้ำมัน ออกจากบ้านห้ามใส่ชุดขาว เรากับลูกสาวก็ไปวัดทุกเดือน ดูDMC ตลอด สามีไม่ชอบก็ด่า ว่าตลอด เช่นหลอกลวง หลง ไปจะหมดตัว แต่ก็ตอบสามีว่าจะให้ฉันไปเล่นไพ่ กินเหล้า เที่ยว เล่นหวย เอาเหรอ เขาก็ด่าแบบเขา แต่
ชีวิตหลังจากเข้าวัด
เราก็ไปวัดของเรา ปล่อยเขาไว้ ลูกสาวคนแรกชื่อน้องแป้ง ไปวัดด้วยกันตั้งแต่ 3 ขวบ อยู่ด้วยกันด้วยความอดทน ลดการกระทบกระทั่ง ต่อมาตั้งท้องลูกคนที่ 2 ก็สวดมนต์ ไปวัดตลอด จนคลอด จ้างคนเลี้ยง ตอนลูกคนเล็ก น้องปันปัน ได้สองเดือน ก็กลับไปทำงาน วัดก็ยังไปทุกอาทิตย์ต้นเดือน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ.2559 ก็เข้าปีที่ 8 จำได้ว่าขาดครั้งเดียวเดือนที่คลอดน้อง ปันปัน จนน้องปันปันได้ 6 เดือน ขับรถไปวัดเอง มีรถแล้วอยากพาลูกไปวัดด้วย เพราะเขาไปกับเราตั้งแต่ในท้อง ก็อยากพาไป สามีขับรถไม่เป็น เราเป็นคนขับ วางแผนให้สามีดูแลลูก ตั้งแต่นั้นสามีก็มีหน้าที่ดูแลลูก พาลูกไปศูนย์เด็ก ที่วัดมีศูนย์เด็ก เมื่อถึงเวลาปฏิบัติธรรม พากันไปทุกอาทิตย์ต้นเดือน จนปัจจุบัน ปันปันอายุ 5 ขวบแล้ว สามีก็เป็นคนดีขึ้น ด้วยการฟังธรรม ไปวัดพระธรรมกายด้วยตนเอง เห็นเอง ฟังเอง รับบุญ เห็นกิจกรรมที่วัดชวนทำ ไปต้อนรับพระธุดงค์ หลายปีติดต่อกัน ด้วยตนเอง จากความเห็นที่ลบ ด่าหลวงพ่อ ด่าว่าวัด ตอนนี้เข้าใจหมดแล้ว จากครอบครัวอบอ้าว กลายเป็นครอบครัวอบอุ่น ชวนกันทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ตามแบบอย่างหลวงพ่อ แบบอย่างจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่ ล้างใจ ล้างความคิด จากคนไม่ดี เป็นคนดีขึ้น
ลูกของเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีกัลยาณมิตร ช่วยเหลือกัน สอนให้ทำแต่ความดี สอนให้ลูกเรากตัญญู
ต่อไปถ้าเราไม่อยู่ ตายไป เขาก็จะได้มีสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อยู่กับคำสอนดีๆ ตัวอย่างที่ดีๆ ที่เราหาไม่ได้ในโลก แต่หาได้จากวัดพระธรรมกาย
#เรารักวัดพระธรรมกาย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น